กวี ก.มรกต: กวีเอกแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ชีวประวัติ
กวี ก.มรกต เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2454 ที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรของนายทองดี และนางสำเนียง มรกต บิดาของท่านเป็นชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนมารดาเป็นชาวจังหวัดปราจีนบุรี ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 4 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 2
กวี ก.มรกต เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดบ้านใหม่ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นได้ย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ท่านเป็นนักเรียนที่เรียนเก่งและมีความสนใจในด้านวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก ท่านเริ่มแต่งกลอนตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และได้ตีพิมพ์ผลงานกลอนครั้งแรกในนิตยสาร "ดวงดาว" เมื่อท่านมีอายุเพียง 16 ปี
หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านได้เข้าศึกษาต่อที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2479 ท่านได้เริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองศาสตราจารย์เมื่อปี พ.ศ. 2503
ผลงาน
gวี ก.มรกต เป็นกวีที่มีผลงานมากมาย ท่านได้ตีพิมพ์ผลงานรวมเล่มทั้งสิ้น 12 เล่ม ได้แก่
- มรกต 1 (พ.ศ. 2480)
- มรกต 2 (พ.ศ. 2483)
- มรกต 3 (พ.ศ. 2486)
- มรกต 4 (พ.ศ. 2489)
- มรกต 5 (พ.ศ. 2492)
- มรกต 6 (พ.ศ. 2495)
- มรกต 7 (พ.ศ. 2498)
- มรกต 8 (พ.ศ. 2501)
- มรกต 9 (พ.ศ. 2504)
- มรกต 10 (พ.ศ. 2507)
- มรกต 11 (พ.ศ. 2510)
- มรกต 12 (พ.ศ. 2513)
ผลงานของกวี ก.มรกต มีความโดดเด่นในด้านความไพเราะของภาษาและความลึกซึ้งของเนื้อหา ท่านมักจะเขียนกลอนเกี่ยวกับความรัก ชีวิต และสังคม ผลงานของท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่มีคุณค่าทางวรรณกรรมสูง และได้รับรางวัลมากมาย เช่น รางวัลซีไรต์เมื่อปี พ.ศ. 2512 และรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์เมื่อปี พ.ศ. 2528
เกียรติคุณ
กวี ก.มรกต ได้รับการยกย่องให้เป็นกวีเอกแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่านเป็นกวีที่มีผลงานมากมายและมีคุณค่าทางวรรณกรรมสูง ผลงานของท่านได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศหลายภาษา และได้รับการบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านเป็นกวีที่ได้รับการยกย่องจากทั้งในและต่างประเทศ ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับกวีรุ่นหลัง และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาวรรณกรรมไทยให้เจริญรุ่งเรือง
บทบาททางสังคม
นอกจากการเป็นกวีแล้ว กวี ก.มรกต ยังมีบทบาทสำคัญทางสังคมอีกด้วย ท่านเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย และเป็นนายกสมาคมคนแรก ท่านยังเป็นผู้ริเริ่มจัดงานวันกวีไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 25 มิถุนายน ท่านเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการอ่านการเขียนและการพัฒนาวรรณกรรมไทย ท่านเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากทั้งในและต่างประเทศ ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้เจริญรุ่งเรือง