ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้าน ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ สดชื่น ปลอดโปร่ง
ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้าน มีประโยชน์อย่างไรบ้าง
ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านแล้ว ยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพอีกด้วย โดยเฉพาะการช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ สดชื่น และปลอดโปร่ง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูง
ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านสามารถช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศได้ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน ไตรคลอโรเอทิลีน และแอมโมเนีย ซึ่งสารพิษเหล่านี้ล้วนแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ
นอกจากนี้ ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศได้อีกด้วย ซึ่งความชื้นในอากาศที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการคัดจมูกและเจ็บคอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศแห้ง
ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านที่นิยมปลูก
มีต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านหลายชนิดที่ได้รับความนิยมในการปลูก ซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศที่แตกต่างกันไป ดังนี้
- ต้นลิ้นมังกร เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่ปลูกง่าย ทนทาน และมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศสูง โดยเฉพาะสารพิษจำพวกฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไตรคลอโรเอทิลีน
- ต้นยางอินเดีย เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่มีใบใหญ่สวยงาม ช่วยดูดซับสารพิษได้ดี โดยเฉพาะฟอร์มาลดีไฮด์และแอมโมเนีย
- ต้นเดหลี เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่มีดอกสีขาวสวยงาม ช่วยดูดซับสารพิษได้ดี โดยเฉพาะเบนซีนและไตรคลอโรเอทิลีน
- ต้นพลูด่าง เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่เลื้อยได้ ช่วยดูดซับสารพิษได้ดี โดยเฉพาะฟอร์มาลดีไฮด์และแอมโมเนีย
- ต้นเศรษฐีเรือนใน เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่มีใบสีเขียวเข้มสวยงาม ช่วยดูดซับสารพิษได้ดี โดยเฉพาะฟอร์มาลดีไฮด์และไตรคลอโรเอทิลีน
การดูแลต้นไม้ฟอกอากาศในบ้าน
การดูแลต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านนั้นไม่ยาก เพียงแค่หมั่นรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และเปลี่ยนกระถางเมื่อต้นไม้โตขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านจะชอบแสงแดดรำไร แต่บางชนิดก็สามารถปลูกในที่ร่มได้
สำหรับการรดน้ำนั้น ควรรดน้ำเมื่อดินแห้ง โดยสังเกตจากการแห้งของหน้าดินประมาณ 1-2 นิ้ว โดยทั่วไปแล้ว ต้นไม้ฟอกอากาศในบ้านจะไม่ชอบน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากเน่าได้
ส่วนการใส่ปุ๋ยนั้น ควรใส่ปุ๋ยสูตรเสมอๆ ทุกๆ 1-2 เดือน โดยอาจจะใช้ปุ๋ยละลายช้าหรือปุ๋ยน้ำก็ได้
และสุดท้ายคือการเปลี่ยนกระถาง เมื่อต้นไม้โตขึ้นจนรากเต็มกระถางแล้ว ควรเปลี่ยนกระถางให้ใหญ่ขึ้น โดยควรเปลี่ยนกระถางในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีที่สุด