ผัก งู เงี้ยว สมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย
ผัก งู เงี้ยว สมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย
ผัก งู เงี้ยว เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักกันมาอย่างยาวนาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Acanthus ilicifolius" จัดอยู่ในวงศ์ Acanthaceae ลักษณะของผัก งู เงี้ยว เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก สูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ลำต้นมีขนปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปใบคล้ายใบมะกอก ขอบใบหยักเว้าลึกคล้ายฟันเลื่อย ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด กลีบดอกสีขาวหรือสีม่วงอ่อน ผลเป็นฝักแบน มีเมล็ดจำนวนมาก
ผัก งู เงี้ยว มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย โดยใช้ส่วนของใบและรากมาต้มน้ำดื่มหรือใช้พอกแผลได้ ซึ่งสรรพคุณทางยาของผัก งู เงี้ยว มีดังนี้
- แก้ไข้ ช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อน
- แก้ท้องเสีย ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย
- แก้บิด ช่วยบรรเทาอาการบิด
- แก้ปวดเมื่อย ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
- แก้ฟกช้ำ ช่วยบรรเทาอาการฟกช้ำ
- แก้แผลอักเสบ ช่วยรักษาแผลอักเสบ
- แก้โรคผิวหนัง ช่วยรักษาโรคผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน
- แก้โรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
- แก้โรคมะเร็ง มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง
นอกจากนี้ ผัก งู เงี้ยว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยชะลอความแก่ชราและป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ ได้อีกด้วย
วิธีใช้ผัก งู เงี้ยว
ผัก งู เงี้ยว สามารถใช้ได้ทั้งสดและแห้ง โดยใช้ส่วนของใบและรากมาต้มน้ำดื่ม หรือใช้พอกแผลก็ได้
- ต้มน้ำดื่ม ใช้ใบหรือรากสดหรือแห้งประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 3-4 แก้ว จนเดือดแล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 15 นาที กรองเอาน้ำดื่มวันละ 2-3 ครั้ง
- พอกแผล ใช้ใบสดหรือแห้งมาตำให้ละเอียดแล้วพอกบริเวณแผลที่อักเสบหรือฟกช้ำ
ข้อควรระวัง
ผัก งู เงี้ยว เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ค่อนข้างแรง จึงไม่ควรรับประทานในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้ และสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานผัก งู เงี้ยว เพราะอาจทำให้แท้งบุตรได้
ผัก งู เงี้ยว เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย สามารถใช้รักษาโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง